หลายคนมีความคิดว่า “เหงื่อออกมา เท่ากับเผาผลาญมาก” จริงๆ แล้วเหงื่อออก เป็นเพียงการสูญเสียชั่วคราวเท่านั้น เมื่อเพื่อนๆ ดื่มน้ำหรือเติมความชุ่มชื้นให้ร่างใหม่ ก็จะได้รับการเติมเต็มการสูญเสียก่อนหน้าไปทันที โดยที่เหงื่อนั้นเป็นวิธีตามธรรมชาติในร่างกายที่จะคุมอุณหภูมิ กลไกคือปล่อยน้ำและเกลือซึ่งระเหยไปเพื่อช่วยให้ร่างกายเย็นลงนั่นเอง
ทำไมบางคนถึงเหงื่อออกมากกว่าคนอื่น?
- พันธุศาสตร์
- ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม
- อายุ
- ระดับการออกกำลังกาย
- น้ำหนัก
จากปัจจัยเหล่านี้ น้ำหนักตัวและระดับความฟิตของเพื่อนๆ จะส่งผลต่อปริมาณเหงื่อเวลาที่ออกกำลังกายมากที่สุด ร่างกายต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการทำงานด้วยน้ำหนักที่สูงขึ้น ส่งผลให้เหงื่อออกมากขึ้นเนื่องจากมีมวลกายมากกว่าที่จะทำให้เย็นลง
ยิ่งถ้าเพื่อนๆ ฟิต จะเหงื่อออกเร็วขึ้น นั่นเป็นเพราะร่างกายมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งข้อดีของการที่เหงื่อออกระหว่างออกกำลังกายคือจะช่วยให้เพื่อนๆ ออกกำลังกายได้นานขึ้นด้วยเหมือนกัน
ออกกำลังกาย เหงื่อออกมากแค่ไหน ถึงเรียกว่าเบิร์นได้ดี?
ถ้าเปรียบเทียบอย่างง่ายและเห็นภาพได้ตามความจริงแล้ว เมื่อเพื่อนๆ นึกถึงการออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ หรือยกน้ำหนักเบาๆ ร่างกายจะยังเผาผลาญแคลอรี่อยู่แม้เราไม่มีเหงื่อออกเลยก็ตาม แต่ในบาง อย่างไรก็ดี เหงื่อ ก็เป็นตัววัดเหมือนกันในระดับความเข้มข้นว่า เราออกกำลังกายมากแค่ไหน ระหว่างประเภทของการออกกำลังกาย นอกจากนี้ข้อดีของการที่เหงื่อออกจากการออกกำลังกาย มีดังนี้
- ผิวสุขภาพดี การออกกำลังกายจะทำให้เลือดหมุนเวียนทั่วร่างกาย สิ่งนี้จะช่วยให้ออกซิเจนและสารอาหารไหลเวียนและบำรุงเซลล์ผิว
- ได้ท้าทายตัวเอง หากเพื่อนๆ รู้สึกเหนื่อยล้าขณะออกกำลังกาย อาจออกกำลังกายที่มีความท้าทายสำหรับระดับความฟิตของตัวเอง
ดังนั้นให้มองว่าการที่เหงื่อออกระหว่างออกกำลังกายนั้น ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าเราเบิร์นได้ดีแค่ไหน หรือได้มากกว่า แต่เป็นเรื่องของการสูญเสียน้ำในร่างกายชั่วคราว สิ่งสำคัญคือ เพื่อนๆ ต้องไม่ปล่อยให้ตัวเองเหงื่อออกแต่ไม่เติมน้ำเข้าร่างกาย เพราะอาจทำให้เข้าสู่ภาวะขาดน้ำได้เช่นเดียวกันค่ะ