ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาแผลเป็นให้หายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่โดยทั่วไปการรักษาหวังให้รอยแผลเป็นจางลงหรือรุนแรงน้อยลงเท่านั้นค่ะ จากการศึกษาพบว่า…
การรักษาแผลเป็นเพื่อให้ดีขึ้นนั้น ควรใช้หลายๆ วิธีร่วมกัน เช่น ใช้การทำเลเซอร์ การผ่าตัด ร่วมกับการใช้ยาสเตียรอยด์ หรือแผ่นเจลซิลิโคน เป็นต้น
ซึ่งแผลเป็นที่เกิดที่เกิดจากการผ่าตัดหลังคลอดนั้น โดยทั่วไปมักได้เห็นชัดเจน ดังนั้นหากต้องการให้แผลเป็นจางลงหรือแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่รับได้ จึงจำเป็นต้องได้รับการรักษาแผลเป็นนอกเหนือจากการทายาค่ะ การรักษาแผลเป็นนอกเหนือจากการทายามีอะไรบ้าง ไปดูกันค่ะ
- การใช้แผ่นเจลซิลิโคนปิดบนแผนเป็น แผ่นเจลซิลิโคน สามารถยืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหวของผิวหนังได้ดี ช่วยลดการขยายตัวของแผล ลดการสูญเสียน้ำออกจากบริเวณรอยแผล มักใช้กับแผลเป็นที่เป็นใหม่ๆ โดยปิดทับแผลมากกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน อาจใช้ระยะเวลานาน 4-6 เดือน ไม่ควรใช้ในขณะเป็นแผลเปิด
- การฉีดยาสเตียรอยด์ วิธีนี้ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ เนื่องจากต้องฉีดยาเข้าใต้แผลเป็น เพื่อให้แผลเป็นยุบตัวลง โดยจะต้องฉีดยาหลายครั้ง ครั้งละประมาณ 0.5-1 ซีซี ห่างกันประมาณ 1 เดือน จะทำให้แผลเป็นแบนราบ ซึ่งใช้เวลาไม่เท่ากันขึ้นกับขนาดแผลเป็น หากมีแผลเป็นขนาดใหญ่จะใช้เวลานาน
- การฉีดฟิลเลอร์ ใช้สำหรับแผลเป็นที่เป็นรอยบุ๋ม แพทย์จะฉีดสารสังเคราะห์เข้าไปในรอยบุ๋ม เพื่อทำให้ผิวดูเต็มขึ้น ซึ่งจะเห็นผลคงอยู่ประมาณ 6-8 เดือน แล้วต้องฉีดยาเติมใหม่ เนื่องจากสารสังเคราะห์ที่ฉีดเข้าไปในรอยบุ๋ม จะยุบตัวลงเอง สารสังเคราะห์ที่ฉีด ได้แก่ คอลลาเจน และสาร HA (Hyaluronic Acid)
- การสักสีผิว ใช้กรณีที่สีผิวของแผลเป็นเปลี่ยนแปลงชัดเจนทั้งที่เข้มกว่าและอ่อนกว่าสีผิวปกติ โดยแพทย์จะสักสีเข้าไปในแผลเป็น ถ้าผู้ป่วยผิวสีขาวจะใช้สีขาวในการสัก ถ้าผิวสีแทนจะใช้สีแทนในการสัก เป็นต้น
- การลอกผิวด้วยกรดผลไม้ วิธีนี้เหมาะกับแผลเป็นลักษณะตื้นมากๆ
- การเลเซอร์แผลเป็น การเลเซอร์จะทำลายเนื้อเยื่อผิวที่นูน ให้เรียบขึ้น
- การฉายรังสี เป็นการทำเพื่อไม่ให้แผลเป็นนูนมากขึ้น
- การทำ IPL (Intense Pulse Light) เป็นการใช้พลังงานของแสงไปทำให้เนื้อเยื่อที่เป็นพังผืดเกิดการเรียงตัวได้เป็นระเบียบ ทำให้แผลมีขนาดเล็กลง การรักษาต้องทำอย่างต่อเนื่องและใช้เวลานาน
- การใช้ความเย็น (Cryotherapy) ซึ่งอาจเป็นไนโตรเจนเหลวจี้บริเวณแผลเป็น เหมาะกับแผลเป็นที่นูนหนา ความเย็นจะทำให้เกิดภาวะถุงน้ำและเกิดการแตกสลายไป
- การผ่าตัดเอาแผลเป็นเก่าออก แล้วเย็บแผลใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง การผ่าตัดแก้ไขจะทำเหมือนแผลเป็นนั้นสมบูรณ์เต็มที่แล้ว อาจต้องผ่าตัดนำผิวหนังส่วนใดส่วนหนึ่งมาปิด แก้ไขแผลเป็นเดิม การผ่าตัดจะต้องทำโดยศัลยแพทย์
ไม่น่าเชื่อใช่ไหมคะว่า วิธีรักษาแลเป็นมีมากมายเหลือเกิน คุณแม่ไม่ต้องกังวลเรื่องแผลผ่าตัดคลอดจนเกินไป อีกอย่างในทุกวิธีนั้นสามารถใช้ร่วมกับวิธีที่ประหยัดและง่ายๆ มากอีกอย่างนึง นั่นคือ การใช้ครีมลดรอยแผลเป็นอย่างฮีรูดอยก็ช่วยได้เหมือนกันนะคะ
อย่างไรก็ตามการรักษาแผลเป็นแต่ละลักษณะ ควรพิจารณาเลือกวิธีการที่ปลอดภัยและเหมาะสมรวมถึงความจำเป็นในการรักษาด้วยนะคะ