หลังมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กันอย่างหนักหน่วง วันรุ่งขึ้นร่างกายอาจเกิดอาการอ่อนเพลีย หรือที่เรียกว่า เมาค้างหากปล่อยทิ้งไว้ จะทำให้รู้สึกผะอืดผะอมไปทั้งวันได้ นอกจากนี้การดื่มมากเกินไปหรือพักผ่อนน้อยอาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย จนนำไปสู่การหลับในและเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนในที่สุด
วิธีการแก้ไขอาการเมาค้างและเตรียมความพร้อมร่างกายก่อนทำงาน โดย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และโฆษก สธ.แนะนำว่า
ควรหยุดดื่มแอลกอฮอล์ และดื่มน้ำเปล่าในปริมาณที่มากขึ้น เพื่อช่วยให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายทำงานดี นอกจากนี้ ควรดื่มเครื่องดื่มที่อุ่น เช่น น้ำอุ่น หรืออาหารอุ่นๆ ที่ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม รวมทั้งรับประทานอาหารให้พอเหมาะ ครบ 5 หมู่
สำหรับผู้ที่ดื่มติดต่อกันหลายวัน อาจมีอาการอดนอนสะสม ทำให้สมองตื้อ อ่อนเพลีย เสี่ยงต่อการหลับในทำให้เกิดอุบัติเหตุง่าย จึงควรเตรียมตัวล่วงหน้าหากต้องเดินทางไกล โดยเฉพาะผู้ที่ทำหน้าที่ขับรถต้องพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยเป็นเวลา 8 ชั่วโมง เพื่อลดอาการอ่อนเพลียที่เกิดจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์และให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
สัญญาณเตือนของอาการง่วงนอนหลับใน
- หาวบ่อย และหาวต่อเนื่อง
- ใจลอย ไม่มีสมาธิ
- รู้สึกเหนื่อยล้า หงุดหงิด กระวนกระวาย
- จำไม่ได้ว่าขับรถผ่านอะไรมาเมื่อ 2-3 กิโลเมตรที่ผ่านมา
- รู้สึกหนักหนังตา ตาปรือ ลืมตาไม่ขึ้น มองเห็นภาพไม่ชัด
- รู้สึกมึน หนักศีรษะ
- ขับรถส่ายไปส่ายมาหรือออกนอกเส้นทาง
- มองข้ามสัญญาณไฟและป้ายจราจร
หากมีอาการเหล่านี้ควรจอดพักประมาณ 15 นาทีก่อนขับรถต่อ ล้างหน้า ดื่มเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่น หรือเปลี่ยนคนอื่นขับ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และให้คาดเข็มขัดนิรภัยหรือสวมหมวกกันน็อกทุกครั้ง